วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563

เดินทางสายกลาง


ถ้ามันจะต้องติดเชื้อ Covid-19 ก็ต้องเป็นเพราะกรรมของเราเคยทำไม่ดีมาก่อน จึงต้องมารับผลของกรรมที่ไม่ดีนั้น มักเป็นกรรมเกี่ยวกับปาณาติบาต เป็นเหตุให้เราต้องเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาจต้องถึงตายเพราะโรคร้ายแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็มาประจวบเหมาะกับโรคนี้กำลังระบาดอยู่พอดี ก็เลยเป็นเหตุให้เราได้ติดเชื้อโรคนี้
.
ดังนั้น ถ้าใครติดเชื้อ Covid-19 ก็ไม่ต้องไปโทษใครหรอก ต้องโทษตัวเองที่เคยทำกรรมไม่ดีเอาไว้  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีเป็นอย่างอื่น ถ้าเราทำกรรมดีมาก่อน ก็ไม่มีกรรมที่จะทำให้เราต้องเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็ได้แคล้วคลาดจากโรคนี้แน่นอน
.
ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะวิตกกังวลไปจนเกินเหตุ องค์หลวงตาเคยเล่าไว้ว่า ในช่วงที่หลวงปู่มั่นป่วยหนักด้วยโรควัณโรค ท่านต้องเข้าไปอยู่ในมุ้งกับหลวงปู่มั่นสองต่อสอง เพื่อคอยประคองท่าน ล้วงเสลดออกจากลำคอ ก็คอยเฝ้าปรนนิบัติหลวงปู่มั่นอยู่ในมุ้งทั้งคืน
.
ท่านว่า ถ้าจะติดเชื้อวัณโรคจากหลวงปู่มั่น ท่านก็ยอมมอบกายถวายชีวิตให้ท่านเลย เพราะความรักเคารพในองค์หลวงปู่มั่น ไม่ได้รักตัวกลัวตาย แต่ก็แปลกที่ไม่ปรากฏว่าท่านจะติดเชื้อวัณโรคแม้นิดหนึ่งจากหลวงปู่มั่น แต่กลับได้กำลังใจในธรรมเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
.
กรรมในอดีตเราทำไปแล้วมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เหลือแต่กรรมปัจจุบันที่กำลังทำอยู่นี่แหละ ถ้าเราระมัดระวังใช้สติปัญญาทำแต่กรรมดี มันก็อาจจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่ถ้าปัจจุบันเราทำไม่ดี ขาดสติปัญญาไม่รอบคอบ ก็จะส่งผลให้เป็นกรรมหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก
.
เพราะฉะนั้น กรรมปัจจุบันนี่แล จะเป็นตัวแก้กรรมในอดีตได้ คือพยายามทำกรรมดีเพื่อลบล้างกรรมชั่ว ถ้าเราทำกรรมดีมากขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสที่จะทำกรรมชั่วมันก็น้อยลง จนกระทั่งเกิดหิริโอตตัปปะ ไม่กล้าที่จะทำกรรมชั่วอีกเลย ก็จะเป็นเหตุให้ปัจจุบันเราก็จะได้รับผลอันเกิดแต่กรรมดีอย่างเดียว
.
ส่วนผลอันเกิดจากกรรมชั่วในอดีตนั้น อันใดจะให้ผลก็ต้องทำใจให้ยอมรับกันไป ไม่อาจหลีกหนีได้ ถ้าใจยอมรับผลของกรรมไม่ดีที่ตนเคยทำเอาไว้  ใจไม่ดิ้นรนหลบหนี ไม่ปฏิเสธกรรม ก็ไม่ทำให้ใจเราต้องเป็นทุกข์มากนักหรอก ที่ใจเป็นทุกข์เพราะใจไม่ยอมรับกรรมตามความเป็นจริงต่างหาก ถึงจะหนีก็ไม่มีทางหนีพ้น
.
เพราะร่างกายจะเจ็บปวดเป็นทุกข์ทรมานแค่ไหน อย่างมากมันก็แค่ตาย ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ก็ขอยอมตายตามกรรมของตัวเอง ถ้ากรรมตายมาถึง จะตายก็ตายเถอะ ยอมก้มหัวรับกรรมโดยดุษณี
.
ทุกคนเกิดมาแล้ว ก็ต้องตายกันทุกคน ไม่มีใครจะหนีตายพ้น จะตายด้วยโรคอะไรก็คือ ร่างกายมันตายดุจเดียวกัน ถ้าไม่ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องตายด้วยอุบัติเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน
.
ความกลัวตายจึงเป็นเรื่องของกิเลสที่หลอกลวงสัตว์โลกให้ดิ้นรนกระวนกระวายใจไปเปล่า ๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ช่วยให้ใครหนีรอดจากความตายได้เลย กลัวก็ต้องตาย ไม่กลัวก็ต้องตาย กรรมตายมาถึงเป็นต้องตายทันที
.
ผู้มีปัญญารู้ดังนี้แล้ว จงทำใจให้ยอมรับความตายตามความเป็นจริง ไม่ต้องกล้า ไม่ต้องกลัวต่อความตาย ทำใจให้ตั้งมั่นพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตาย อย่างอาจหาญไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว จึงได้ชื่อว่าเป็นศิษย์พระตถาคตแท้
.
ธรรมท่านสอนให้ตั้งจิตอยู่ในปัจจุบัน คือจะทำ จะพูด จะคิดอะไร ก็ให้มีสติรู้ตัวว่า กำลังทำสิ่งนั้น ๆ และให้มีปัญญาใคร่ครวญไปพร้อมกันว่า การที่จะทำนั้น ๆ ควรทำหรือไม่ควรทำอย่างไร ใช่ประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์
.
เมื่อคิดใคร่ครวญรอบคอบเป็นที่แน่ใจแล้วว่า เป็นผลดี จึงค่อยทำลงไป อย่างนี้เรียกว่า ผู้มีสติปัญญา ความผิดพลาดก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้มีสติปัญญาที่สมบูรณ์มากขึ้นในวันหนึ่ง
.
ถ้าไม่อยากติดเชื้อ Covid-19 ในปัจจุบัน ก็ต้องทำเหตุปัจจุบันให้ดี คือฝึกให้เป็นคนมีสติปัญญาในทุกการกระทำ อย่าทำอะไรแบบโง่ ๆ ต้องศึกษาให้รู้จักวิธีป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ Covid-19 ก็มีท่านผู้รู้ออกมาอธิบายบอกไว้หมดแล้ว
.
เช่น ไม่ไปในสถานที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงกลุ่มคนเสี่ยง ให้อยู่ห่างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร ถ้าจำเป็นก็ใส่หน้ากากป้องกัน หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลฆ่าเชื้อ หรือ ฉีดพ่นด้วยแอลกอฮอล์ เมื่อไปจับต้องวัตถุเสี่ยงในที่สาธารณะ กินอาหารร้อน ๆ ไม่ใช้ช้อนกลางรับประทานอาหารร่วมกับใคร  อย่าใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับคนอื่น
.
ที่สำคัญคือ ถ้ายังไม่ได้ล้างมือด้วยเจลฆ่าเชื้อ จงอย่าเอามือไปถูกต้อง ปาก จมูก ลูกตา
.
จงหมั่นออกกำลังกายให้ได้เหงื่อทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสุขภาพพลานามัยให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นการสร้างภูมิต้านทานไวรัสได้ด้วยตัวเอง ก็จะช่วยให้ไม่ติดเชื้อโรคได้ง่าย ๆ
.
การไม่เอาใจใส่ต่อการกระทำตามที่ท่านผู้รู้แนะนำ นั่นได้ชื่อว่า เป็นผู้ประมาท เป็นการทำกรรมไม่ดีในปัจจุบัน ก็จะส่งผลไม่ดีในปัจจุบัน อันเป็นเหตุให้ติดเชื้อ Covid-19 ได้นั่นเอง
.
ถ้าปัจจุบันเราทำดีทุกวิถีทางแล้ว มันยังติดเชื้อได้ ก็ยกให้เป็นเรื่องของกรรมเก่าให้ผล ก็คงต้องทำใจยอมรับให้ไวรัส Covid-19 มาอยู่กินกับเราในกายนี้
.
ถ้าใครติดเชื้อแล้ว ก็ไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินเหตุ ก็ทำใจให้ยอมรับมัน ให้ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด รักษาได้ก็รักษาไป รักษาไม่ได้จะตายก็ให้มันตายไป ทำเหตุคือรักษาให้ดีที่สุด ก็แค่นั้นเอง
.
แต่ในระหว่างที่รักษาตัว ก็จงป้องกันอย่าให้ตัวเองนำเชื้อไปแพร่ใส่คนอื่นให้เป็นกรรมติดตัวไปในภพหน้าชาติหน้าอีก ขอชดใช้กรรมให้มันหมดสิ้นถึงที่สุดยุติแต่เพียงชาตินี้
.
เพราะร่างกายของคนเรานี้ จะติดเชื้อเจ้า Covid-19 หรือไม่ก็ตาม ไม่ช้าไม่นานมันก็ต้องไปสู่ที่ชอบ ๆ คือไม่ขึ้นเมรุ ก็ลงหลุม หรือจะเอาไปลอยในแม่น้ำคงคาก็ตามใจใครชอบแบบไหนก็สั่งเสียลูกหลานเอาไว้
.
ส่วนใจนั้นคือผู้รู้เป็นของสำคัญ เราต้องอาศัยใจเป็นที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้ก่อน ที่สุดของใจก็มี ๒ อย่าง คือ เบื้องต่ำมีอเวจีมหานรกเป็นที่ไป ได้แก่ใจที่มีแต่ความชั่วช้าสามานย์เลวทราม ส่วนเบื้องสูงนั้นก็มีพระอมตมหานิพพานธรรมเป็นที่สุด ได้แก่ใจที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสแล้วอย่างสิ้นเชิง
.
ใจจะไปสูงหรือไปต่ำก็อาศัยบุญและบาปที่เคยทำมาเก็บสั่งสมอยู่ในใจเป็นเหตุให้พาไป ทำบุญมากบุญก็พาก็ไปสู่สุคติ ทำบาปมากบาปก็พาไปสู่ทุคติ เพราะเหตุนั้น ธรรมท่านจึงตักเตือนว่า บุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ดังนี้แล
.
จงได้อย่าประมาทว่าบุญเป็นของเล็กน้อย ค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบไปเถอะ บาปก็เช่นเดียวกัน แม้บาปเพียงเล็กน้อย สู้ไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า เพราะถ้าทำบาปทุกวัน ไม่นานก็จะกลายเป็นนิสัยเคยชินต่อการทำบาป จนกลายเป็นบาปมากได้ในที่สุด และเราก็ต้องมาเวียนเกิดเวียนตาย มารับผลของบาปที่ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นความทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดยุติได้เลย
.
#ดอยแสงธรรม_๒๕๖๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น